สวัสดีครับ
นับว่าวันนี้เป็นวันที่ผมได้มีเวลาและโอกาสที่ได้ลงมีเขียน Blog กับเขาซักทีครับ
นึกอยากจะเขียนข้อความอะไรซักอย่างไว้เป็นบันทึกให้กับตัวเองหลายครั้งแล้วครับ แต่ก็ไม่เคยที่จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาซักที
เคยหยิบจับสมุดบันทึกมาขีดๆเขียนๆ ก็เขียนได้ครับ แต่ไม่เคยเกินเดือน มกราคม หลังจากนั้นๆ เดือน กุมภา, มีนา, เมษา ก็จะ เป็นหน้ากระดาษ ขาวๆ ไม่มีร่องรอยหมึกขีดเขียนใดๆ
เรื่องสมุดบันทึกผมมีเกือบทุกปี แต่ก็อย่างที่บอกครับ ได้ใช้แค่เดือนมกราคม เป็นมกราคมต้นๆด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าผมจะงานยุ่ง หรือไม่มีเวลาที่จะเขียนเลยซะทีเลยหรอกครับ
หากแต่เพียงว่าหาไอเดียดีๆที่จะเขียนและเรียบเรียงถ้อยคำให้ออกมา ดูแล้วน่าอ่าน มีเนื้อหาสาระ ไม่ได้ ผมเคยกลับมาอ่านข้อความ หรือบทความเก่า ที่ผมเคยเขียนไว้ ดูแล้วก็รู้สึกว่าไม่เข้าท่า ไม่ค่อยได้เรื่องเลย
อันนี้ถือว่าเป็นความฝันอันหนึ่งนะครับ ที่ผมอยากจะเขียนบทความ นึกแล้วก็โมโหตัวเองเหมือนกัน ที่ความฝันที่ไม่น่าจะจะอยากเท่าไหร่ ก็ยังทำไม่ได้ มีใครเป็นอย่างผมบ้างครับ
วันนี้เป็นวันแม่ครับ วันที่ 12 สิงหาคม 2009
ผมยังขับรถมาทำงาน รีบด้วยครับ กลัวจะมาทำงานไม่ทัน ปกติผมจะมาทันเวลาแบบฉิวเฉียด หรือสาย จนถึงสายมากๆ(เรื่องมาทำงานสายเป็นวีรกรรมของผมครับ จนหลายคนระอา อันนี้เป็นเรื่องไม่ดีนะครับ แฮ่ :_| ) ถนนวันนี้ รถโล่งครับ (ผมไม่ประหลาดใจเลย ดีซะอีก รถไม่ติด มีหวังไปทำทัน)
ผ่านไฟเขียวมาตลอดทางครับ จนมาถึงแยกสุดท้ายติดไฟแดง แต่ไม่นานนัก ตัวเลขบอกเวลาว่าแค่ 60 วินาที หลังจากไฟเขียวแล้วผมก็ผ่าน บริษัทอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน แต่ก่อนที่จะ U-Trun ผมจะมองดูว่าร้าน ก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ผมแวะกินประจำ เปิดรึเปล่า
ผมจะกลับออกมากินหลังจากที่ผมเข้าออฟฟิสเพื่อสแกนนิ้วก่อน เป็นการเมคชัวส์ว่าไม่สายแน่นอน ผม U-Turn และแวะเข้าบริษัท วันนี้ประตูเข้าออกทำไมเปิดแคบจัง นึกตำหนิ รปภ. ทำไมบกพร่อง แต่รถผมก็ผ่านประตูมาได้ จนรถเพื่อที่จะไปสแกนนิ้ว มองดูที่จอดรถทำไมไม่มีรถผู้บริหารเลย ผิดสังเกตุ
ปกติที่ ออฟฟิสผมผู้บริหารจะมาเช้ามาก… มองดูรถคันอื่นๆ ไม่มีซักคันครับ อ้าว…วันนี้เป็นไปได้ไง ผมมาเช้ากว่าทุกคน(นึกดีใจ) เป็นบรรยากาศอีกแบบหนึ่ง ดูเงียบๆพิกล เข้าไปสแกนนิ้ว เครื่องสแกนยังไม่เปิดเลยครับเป็นครั้งแรกที่ผมได้เปิดเครื่องสแกนนิ้วตอนเช้า(ผมเคยเปิดเครื่องสแกนเองแล้ว
แต่ว่าจะเปิดตอนสาย เพราะผมมาสายแล้วเครื่องมันจะปิดไปเอง โดยไม่รอผม..)และได้สแกนเป็นคนแรกเลย ดีใจจัง
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้มีความประหลาดใจเลยว่าทำไม่อะไรๆมันดูแปลกๆ ผิดหูผิดตา ผมยังคิดว่าวันนี้เป็นวันทำงานตามปกติ แต่จริงๆแล้ววันนี้เป็นวันหยุดครับ
เป็นอันว่าวันนี้ผม ขับรถมาทำงานคนเดียว ส่วนคนอื่นๆเขาหยุดหรือไปถึงไหนๆกันแล้ว กลุ้มแทนผมไหมครับ
เมื่อเย็นวันวานผมก็ไม่ได้นึกเอะใจเลยว่าวันนี้เป็นวันหยุด
ทั้งๆที่มีน้องที่ออฟฟิสบางคนเตรียมตัวไปเที่ยว และจะลาหยุดต่อเนื่องด้วยมีการฝากการฝากงานกับอีกคนที่อยู่กันอยากดิบดี
หัวหน้างานก็จะเดินทางกลับต่างจังหวัดจะกลับมาทีวันศุกร์ และนัดกับผมว่าจะต้องพบลูกค้าด้วยกันวันศุกร์ ผมก็ยังไม่แปลกใจอีก ยังก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไป(งานเยอะมาก น่าเห็นใจ)
ปกติเขาจะแจกตารางวันหยุดประจำปีตั้งแต่ต้นปีและพนักงานจะต้องจำเองว่าหยุดวันไหน(ใครไม่จำ หรือขาดความรอบคอบ ก็มาเก้อ อย่างผมเป็นต้น) แต่ครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ผมจำวันหยุดไม่ได้ แต่น้องๆที่ออฟฟิศเขาจะเป็นคนเตือนว่าเจอวันวันนั้น วันนี้ นะ ผมก็จะรู้แล้วว่า เออ..มันมีวันหยุดนี่หว่า แล้วก็จะกลับไปเช็คว่ามันหยุดจริงรึเปล่า
แต่ครั้งนี้ไม่รอด…..
สิ่งที่ผมลืมอีกอย่างหนึ่งคือ……
วันนี้เป็นวันที่ประเทศไทยเรา กำหนดให้เป็นแม่
เพื่อที่จะให้ทุกๆคน ที่มีสถานะเป็นลูกกันอยู่ตอนนี้ และยังโชคดีที่มีมีแม่อยู่ สะกิดใจให้ไประลึกถึงแม่ถึง ว่าตอนนี้ได้ทำดีกับแม่อยู่ไหม ได้ดูแลเอาใจใส่ท่านให้มีความสุขดีอยู่ไหม
สำหรับ เพื่อนๆ, พี่น้อง วัยทำงานด้วยกันนะครับ อายุก็น่าจะราวประมาณ ยี่สิบ ต้นๆ ถึง สี่สิบ ปลายๆ และอาจจะเลยไปถึง ห้าสิบ หกสิบ ก็น่าจะมีแม่ ที่มีอายุ มากพอสมควร
ปกติแล้วคนที่อายุมากต้องการคนดูแล เอาใจใส่ ใช่ว่าผมจะรู้เรื่องอะไรพวกนี้ลึกซึ้งหรอกนะครับ แต่เราจะรู้สึกได้ด้วยตนเองเมื่อเราอายุมากขึ้น
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยเห็นน้ำตาแม่ อันเป็นสาเหตุที่เกิดจากตัวผมเอง แม้ว่าวันนั้นผมอาจจะเสียกับเหตุการที่เกิดขึ้น แต่พอมาคิดถึงเหตุการที่ผ่านมาความเสียใจมันยิ่งมากขึ้นกว่าเดิมเป็นหลายๆเท่า(ว่างๆจะเขียนให้อ่านครับ (ถ้ายังมีคนอยากอ่านนะ))
สิ่งที่ลูกๆควรจะเอาใจกับแม่ ไม่น้อยไปกว่า จิตใจของท่าน นั่นก็คือ สุขภาพของท่าน ครับ เราอย่าไปนึกว่าว่าเราเห็นแม่มาตั้งแต่เล็กจนโต แม่แข็งแรงอยู่แล้ว ไม่น่าห่วง ไม่จริงหรอกครับ ร่างกายมันทรุดโทรมเมื่ออายุมากขึ้นจริงๆ เรื่องอย่างนี้คนหนุ่มๆอาจจะยังไม่ทันคิด คิดว่าร่างกายคนเราแข็งแรงเหมือนกันหมด
ก็ดูแลควบคู่กัน ตอนเราเด็กๆแม่ก็ดูแลทั้งร่างกายและจิตใจให้เราเหมือนกันนิ.
ก็เป็นอันว่าผมมาทำงานผิดวัน แต่ก็ไม่ได้ผิดเวลาซะเลยทีเดียว
เป็นวันว่างในที่ทำงานที่ผมได้มีเวลามานั่งคิดนั่งทำในสิ่งที่อยากจะทำ และได้เลือกหัวข้อเรื่อง ที่ตรงกับวันนี้มาเขียน
และได้ register WordPress Blog ในวันนี้จริงๆ ที่โต๊ะทำงาน
ต่อไปผมจะใช้ Blog นี้ พูดถึง การดูแลสุขภาพ แต่ไม่ได้แต่งเองนะครับ เพราะผมคงไม่มีความรู้ด้านนี้ อาจจะ Research มา แล้วนำมาเขียน
เป็นการหาความรู้ เพื่อมาดูแลสุขภาพตัวเองและคนที่เราห่วงใย
และอาจมีเรืองอื่นๆบ้าง แล้วแต่จะคิดออกครับ
ความเห็นล่าสุด